กำเนิดสุโขทัย: เมื่อพ่อขุนบางกลางหาวพลิกแผ่นดินจากขอม สู่รุ่งอรุณแห่งชาติไทย
ก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัย (พ.ศ. 1781 / ค.ศ. 1238)
ในยุคที่ดินแดนลุ่มน้ำยม-น่านยังอยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรเขมรโบราณ ชายฉกรรจ์สองคนจากต่างเมืองตัดสินใจร่วมกันทำในสิ่งที่ยากที่สุดในยุคนั้น นั่นคือลุกขึ้นท้าทายมหาอำนาจที่ครองอาณาจักรขนาดใหญ่มานับร้อยปี ราว พ.ศ. 1781 หรือตรงกับปี ค.ศ. 1238 พ่อขุนบางกลางหาว เจ้าเมืองบางยาง และพ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด ได้รวบรวมกำลังเข้าโจมตีเมืองสุโขทัยที่ขอมสบาดโขลญลำพง ขุนนางเขมรครองอยู่ ผลของการรบครั้งนั้นได้เปลี่ยนโฉมหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปตลอดกาล
เมืองสุโขทัยมิได้ถือกำเนิดขึ้นในสุญญากาศ ก่อนหน้านั้นพื้นที่แห่งนี้มีเจ้าเมืองคนไทยชื่อ พ่อขุนศรีนาวนำถุม ปกครองอยู่ แต่เมื่อพระองค์สิ้นชีพ อำนาจสุญญากาศนั้นเปิดทางให้ขอมสบาดโขลญลำพง ผู้เป็นข้าหลวงแห่งนครวัด ยกกองทัพเข้ายึดครอง พ่อขุนผาเมืองซึ่งเป็นลูกเขยของกษัตริย์เขมรเอง กลับมองเห็นว่าชั่วโมงแห่งการปลดแอกมาถึงแล้ว ชายทั้งสองจึงนัดพบกันและวางแผนขับไล่ขอมออกจากดินแดนบรรพบุรุษ
ชัยชนะที่ได้มาไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผู้ปกครอง หากแต่หมายถึงการกำเนิดขึ้นของรัฐไทยอิสระแห่งแรกที่มีพระมหากษัตริย์ไทยเป็นเจ้าเมืองอย่างเป็นทางการ พ่อขุนผาเมืองได้มอบนามกษัตริย์สันสกฤตที่พระองค์ได้รับจากเขมรว่า 'ศรีอินทราทิตย์' แปลว่า 'พระอาทิตย์ผู้ทรงพลังแห่งพระอินทร์' ให้แก่พ่อขุนบางกลางหาว ผู้ซึ่งก้าวขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง นับเป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรที่จะรุ่งเรืองต่อเนื่องกว่า 200 ปี
ภูมิหลัง: ดินแดนไทยใต้เงาจักรวรรดิเขมร
ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-13 จักรวรรดิเขมรแห่งนครวัดอยู่ในยุครุ่งเรืองสูงสุด อิทธิพลของอังกอร์แผ่ครอบคลุมดินแดนที่ปัจจุบันคือประเทศไทยตอนกลาง เมืองสุโขทัยซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาลุ่มน้ำยม เป็นหนึ่งในด่านหน้าชายแดนทางเหนือของจักรวรรดิ กษัตริย์เขมรส่งข้าหลวงหรือ 'ขอมสบาด' มาปกครองเมืองที่ยึดมาได้ โดยเก็บส่วยและบังคับใช้แรงงานจากชาวไทยที่อาศัยในแถบนั้น
อย่างไรก็ตาม กลุ่มชนไทยในลุ่มน้ำแถบนี้มิได้อยู่อย่างสงบเฉย หัวหน้าเผ่าหลายคนมีกำลังทหารและฐานที่มั่นของตนเอง พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด ทางฝั่งตะวันออก ถึงขั้นสมรสกับเจ้าหญิงเขมรและได้รับพระนามเกียรติยศว่า 'กมรเตงอัญศรีอินทรบดินทราทิตย์' จากกษัตริย์เขมร ความสัมพันธ์ซับซ้อนนี้แสดงให้เห็นว่าผู้นำไทยบางคนในยุคนั้นเป็นพันธมิตรกับเขมรด้วยซ้ำ ก่อนที่สถานการณ์จะพลิกผัน
เหตุการณ์การยึดสุโขทัยคืน: สงครามของสองพ่อขุน
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อพ่อขุนศรีนาวนำถุม เจ้าเมืองคนไทยที่ปกครองสุโขทัยอยู่ก่อน สิ้นพระชนม์ลง ขอมสบาดโขลญลำพง ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่เขมรหรือหัวหน้าท้องถิ่นที่เข้าข้างเขมร เข้ายึดอำนาจเมืองสุโขทัยแทนที่ นี่คือชนวนที่จุดไฟให้พ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมืองตัดสินใจลงมือ
ตามหลักฐานที่บันทึกไว้ในศิลาจารึกวัดศรีชุม (จารึกหลักที่ 2) ซึ่งมีการอ้างถึงเรื่องราวการสถาปนาสุโขทัยไว้อย่างละเอียด พ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมืองร่วมกันรวบรวมกำลังพล บุกยึดเมืองสุโขทัยคืนจากขอมสบาดโขลญลำพง มีการบันทึกว่าพ่อขุนบางกลางหาวได้เอาชนะผู้ว่าการเขมรในการต่อสู้แบบตัวต่อตัวหน้าเมืองสุโขทัย ซึ่งถือเป็นการแสดงความสามารถทางการทหารที่สร้างความศรัทธาให้แก่ผู้ตามได้อย่างมาก
หลังชัยชนะ พ่อขุนผาเมืองตัดสินใจยกเมืองสุโขทัยให้แก่พ่อขุนบางกลางหาว แทนที่จะรวมกับเมืองราดของตนเอง และพระราชทานนาม 'ศรีอินทราทิตย์' ให้ พร้อมกับดาบ 'เขาสือ' อันเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจที่ได้รับจากกษัตริย์เขมร การกระทำนี้แสดงถึงความมีน้ำใจและวิสัยทัศน์ทางการเมืองของพ่อขุนผาเมือง แม้นักประวัติศาสตร์บางท่านยังถกเถียงกันว่าพระองค์เสียดายราชบัลลังก์หรือไม่
บุคคลสำคัญ: ผู้ปั้นแผ่นดินสยาม
พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ (พ่อขุนบางกลางหาว) ทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง ครองราชย์ตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 1781 จนถึงราว พ.ศ. 1813 พระนาม 'ศรีอินทราทิตย์' มาจากภาษาสันสกฤต หมายถึง 'พระอาทิตย์ผู้ทรงพลังแห่งพระอินทร์' แสดงถึงการนำคติความเชื่อพราหมณ์-ฮินดูผสมผสานกับความเป็นผู้นำไทย รัชสมัยของพระองค์เน้นการสร้างความมั่นคงภายในมากกว่าการขยายดินแดน เพราะอาณาจักรยังใหม่และเปราะบาง
พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด ถือเป็นผู้เล่นสำคัญที่มักถูกมองข้ามในประวัติศาสตร์กระแสหลัก ความชาญฉลาดของพระองค์อยู่ที่การมองว่าอาณาจักรไทยรวมศูนย์จะมั่นคงกว่าการแตกเป็นหัวเมืองเล็กๆ หลายแห่ง การยกสิทธิ์ครองเมืองสุโขทัยให้พ่อขุนบางกลางหาวแทนที่จะครองเองเป็นการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้ง
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระราชโอรสองค์ที่สามของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ทรงเป็นผู้ที่ทำให้ชื่อสุโขทัยโด่งดังไปทั่วโลก พระองค์ประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นใน พ.ศ. 1826 ขยายดินแดนออกไปกว้างขวาง และทรงเป็นผู้ทิ้งหลักฐานสำคัญที่สุดคือ ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง (จารึกหลักที่ 1) ซึ่งค้นพบโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2376 ขณะยังทรงผนวชอยู่
ผลกระทบและมรดกสืบทอดถึงปัจจุบัน
อาณาจักรสุโขทัยดำรงอยู่ประมาณ 200 ปี ก่อนจะถูกรวมเข้ากับอาณาจักรอยุธยาในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 2 ราวต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 แต่มรดกที่สุโขทัยทิ้งไว้ยิ่งใหญ่กว่าอาณาจักรใดๆ ในยุคเดียวกัน ตัวอักษรไทยที่คนไทยใช้เขียนหนังสือมาจนถึงทุกวันนี้สืบเชื้อสายโดยตรงมาจากอักษรที่พ่อขุนรามคำแหงทรงประดิษฐ์ขึ้นในสุโขทัย ความสำเร็จนี้ถือว่าไม่ธรรมดาเพราะอาณาจักรส่วนใหญ่ในภูมิภาคใช้ตัวอักษรสันสกฤตหรือขอมต่อไปอีกนาน
พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบลังกาวงศ์ถูกสถาปนาให้เป็นศาสนาประจำชาติในยุคสุโขทัย โดยเฉพาะสมัยพ่อขุนลิไทยที่ทรงนิมนต์พระสงฆ์จากลังกามายังสุโขทัย ประเพณีการทอดกฐิน การลอยกระทง และรูปแบบศิลปะสุโขทัยที่มีพระพุทธรูปในอิริยาบถเดิน (ปางลีลา) ล้วนกำเนิดมาจากยุคนี้ทั้งสิ้น
ในปี พ.ศ. 2534 องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร (ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร) เป็นมรดกโลก ภายใต้ชื่อ 'Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns' ปัจจุบันซากโบราณสถานกว่า 200 แห่งภายในกำแพงเมืองสุโขทัยยังคงปรากฏให้เห็น รวมถึงวัดมหาธาตุซึ่งเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและการเมืองสำคัญที่สุดของอาณาจักร
เกร็ดและความเข้าใจผิดที่มักพบ
หนึ่งในความเชื่อที่แพร่หลายที่สุดคือ 'สุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย' ซึ่งเป็นเรื่องที่นักประวัติศาสตร์ยังถกเถียงกันอยู่ ก่อนสุโขทัย มีอาณาจักรหรือนครรัฐของคนที่พูดภาษาตระกูลไทยอยู่แล้วในหลายพื้นที่ เช่น อาณาจักรล้านนาและนครรัฐทางเหนือ แต่สุโขทัยถือว่าเป็นอาณาจักรไทยแห่งแรกที่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนและมีอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
อีกความเข้าใจผิดคือเรื่องศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง ในช่วงทศวรรษ 1980-1990 นักวิชาการหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าศิลาจารึกนี้อาจปลอมแปลงขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เพราะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ค้นพบในปี พ.ศ. 2376 ขณะทรงผนวชอยู่ที่วัดใกล้เมืองสุโขทัย การถกเถียงนี้รุนแรงมากในแวดวงวิชาการนานาชาติ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนในเวลาต่อมาชี้ว่าหินและการแกะสลักมีอายุสอดคล้องกับช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 จริง แม้นักวิชาการส่วนน้อยยังคงตั้งข้อสงสัยอยู่บ้าง
นอกจากนี้หลายคนเชื่อว่าพ่อขุนผาเมืองก่อตั้งสุโขทัยเพียงคนเดียว ทั้งที่ความจริงแล้วพระองค์เลือกที่จะไม่ครองเมืองสุโขทัยเอง หากแต่มอบให้พ่อขุนบางกลางหาวแทน บทบาทของพ่อขุนผาเมืองคือผู้วางรากฐานและสนับสนุนทางการทูต ไม่ใช่ผู้ครองราชย์ ความเข้าใจที่ถูกต้องทำให้เห็นว่าการก่อตั้งสุโขทัยเป็นความร่วมมือ ไม่ใช่วีรกรรมของคนคนเดียว
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- พ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมืองขับไล่ขอมสบาดโขลญลำพงออกจากเมืองสุโขทัยราว พ.ศ. 1781 (ค.ศ. 1238)
- พระนาม 'ศรีอินทราทิตย์' มาจากสันสกฤต แปลว่า 'พระอาทิตย์ผู้ทรงพลังแห่งพระอินทร์' — พ่อขุนผาเมืองพระราชทานนามนี้ให้พร้อมดาบ 'เขาสือ'
- ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง (จารึกหลักที่ 1) ค้นพบโดยรัชกาลที่ 4 ขณะทรงผนวชในปี พ.ศ. 2376 ถูกตั้งคำถามเรื่องความถูกต้องในยุค 1980s แต่ผลตรวจ electron microscopy ยืนยันอายุสอดคล้องกับพุทธศตวรรษที่ 19
- พ่อขุนรามคำแหงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยในปี พ.ศ. 1826 — รากฐานของอักษรไทยที่ใช้มาจนปัจจุบัน
- อาณาจักรสุโขทัยดำรงอยู่กว่า 200 ปี ก่อนถูกรวมเข้ากับอยุธยา และได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก UNESCO ในปี พ.ศ. 2534
- ก่อนการยึดสุโขทัยคืน พ่อขุนผาเมืองเป็นลูกเขยของกษัตริย์เขมรเอง แสดงถึงความซับซ้อนทางการทูตของยุคนั้น
