ปฏิวัติ 2475: คืนที่สยามเปลี่ยนโฉม จากสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ประชาธิปไตย

ปฏิวัติ 2475 (พ.ศ. 2475 / ค.ศ. 1932)

ปฏิวัติ 2475 — ค.ศ. 1932
ภาพประกอบ ปฏิวัติ 2475LenLearn (editorial illustration)

ก่อนรุ่งสางของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพฯ ยังมืดสนิท เมื่อขบวนทหารเคลื่อนพลเข้าล้อมพระที่นั่งอนันตสมาคม ฝ่ายพลเรือนปิดล้อมสะพานและสถานีไฟฟ้า ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของคณะบุคคลที่เรียกตัวเองว่า 'คณะราษฎร' ซึ่งวางแผนมาเกือบ 5 ปีนับแต่การประชุมลับครั้งแรกที่ถนนรูดูซอมเมอราร์ด กรุงปารีส ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2470

ภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง โดยปราศจากการเสียเลือดเนื้อแม้แต่หยดเดียว คณะราษฎรจำนวน 102 คนสามารถควบคุมสถานการณ์ทั่วพระนครได้สำเร็จ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ซึ่งขณะนั้นประทับอยู่ที่วังไกลกังวล หัวหิน ทรงรับทราบเหตุการณ์และทรงตัดสินพระราชหฤทัยไม่ต่อต้าน นับเป็นช่วงเวลาหักเหที่เปลี่ยนโครงสร้างอำนาจของสยามจากรากฐานเดิมที่ดำรงมาหลายร้อยปี

การปฏิวัติครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวผู้นำ แต่คือการพลิกหลักการว่าด้วยที่มาของอำนาจรัฐ จากที่เคยสถิตอยู่กับพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ กลายมาเป็นของราษฎรทุกคนภายใต้รัฐธรรมนูญ เรื่องราวของคืนนั้นและปีที่ตามมามีความซับซ้อนยิ่งกว่าที่ตำราเรียนส่วนใหญ่บอกเล่า

ภูมิหลังและสาเหตุ: เมื่อสยามตกอยู่กลางพายุ

สยามในช่วงทศวรรษ 2470 เผชิญกับแรงกดดันจากทั้งภายในและภายนอกพร้อมกัน ด้านหนึ่ง วิกฤตเศรษฐกิจโลก Great Depression ปี ค.ศ. 1929 ส่งคลื่นกระแทกมาถึงสยาม ราคาข้าวดิ่งลงต่ำ รัฐบาลขาดดุลงบประมาณอย่างหนัก รัชกาลที่ 7 ทรงจำต้องลดงบประมาณกองทัพและตัดเงินเดือนข้าราชการ ทหารและพลเรือนระดับกลางรู้สึกเจ็บปวดและถูกลืม

อีกด้านหนึ่ง รัชกาลที่ 7 ทรงจัดตั้ง 'อภิรัฐมนตรีสภา' ที่ประกอบด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ล้วนๆ ทำให้ข้าราชการที่ได้รับการศึกษาจากยุโรปรู้สึกว่าไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางได้ดีหากไม่มีสายเลือดเจ้า แนวคิดนี้ปะทะกับสิ่งที่พวกเขาได้เห็นและเรียนรู้ขณะอยู่ในฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมนี

สถานการณ์สุกงอมพอดีเมื่อนายทหารและนักศึกษาไทยในยุโรปรวมตัวกันอย่างลับๆ นายปรีดี พนมยงค์ นักศึกษากฎหมายที่ปารีส ร่วมกับเพื่อนอีก 6 คน ประชุมก่อตั้งองค์กรลับเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2470 ณ โรงแรมย่านรูดูซอมเมอราร์ด การประชุมครั้งนั้นเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ต่อมากลายเป็น 'คณะราษฎร' ซึ่งจะใช้เวลาอีก 5 ปีกว่าจะลงมือจริง

เช้าวันที่ 24 มิถุนายน: เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร

ปฏิบัติการเริ่มต้นก่อนฟ้าสางในวันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 กำลังทหารที่คณะราษฎรควบคุมได้เคลื่อนเข้าสู่ท้องสนามหลวงและพื้นที่รอบพระที่นั่งอนันตสมาคม ในเวลาเดียวกันฝ่ายพลเรือนปิดกั้นสะพาน ยึดสถานีโทรเลข และควบคุมโรงไฟฟ้า เพื่อป้องกันการสื่อสารและการระดมกำลังตอบโต้

พระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฎรสายทหาร อ่าน 'ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1' อย่างเปิดเผย เนื้อหาประกาศระบุว่าระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ 'ถือราษฎรเป็นทาส' และคณะราษฎรจะนำอำนาจกลับสู่ราษฎร ขณะเดียวกันทางคณะได้เชิญพระบรมวงศานุวงศ์และเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่หลายพระองค์มาเป็น 'ตัวประกัน' ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อป้องกันการตอบโต้ด้วยกำลัง

ทั้งหมดเสร็จสิ้นภายใน 3 ชั่วโมง รัชกาลที่ 7 ทรงตอบรับด้วยการลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราวเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2475 นับเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของสยาม และในวันที่ 10 ธันวาคม 2475 ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรก ซึ่งถือเป็นวันที่ไทยยึดถือเป็น 'วันรัฐธรรมนูญ' จนถึงปัจจุบัน

บุคคลสำคัญ: สองขั้วที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

ปรีดี พนมยงค์ หรือ 'หลวงประดิษฐ์มนูธรรม' คือผู้ที่ถูกขนานนามว่า 'มันสมองของคณะราษฎร' เขาเกิดปี พ.ศ. 2443 ที่อยุธยา สอบชิงทุนรัฐบาลไปศึกษากฎหมายที่ฝรั่งเศส และได้รับปริญญาเอกด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยปารีส ปรีดีเป็นผู้คิดชื่อ 'คณะราษฎร' และร่างหลัก 6 ประการอันโด่งดัง ได้แก่ เอกราช ความปลอดภัย เศรษฐกิจ เสมอภาค เสรีภาพ และการศึกษา เขายังเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกและต่อมาเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) ในปี พ.ศ. 2477

พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) คือหัวหน้าฝ่ายทหาร นายทหารเชื้อสายเจ้าแต่เลือกยืนข้างการเปลี่ยนแปลง เขาเป็นคนอ่านประกาศคณะราษฎรในเช้าวันนั้นและต่อมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของไทย อีกบุคคลสำคัญคือ หลวงพิบูลสงคราม (แปลก พิบูลสงคราม) นายทหารหนุ่มที่เรียนจบจากฝรั่งเศสเช่นกัน เขาจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจยาวนานที่สุดในยุคต้นของระบอบใหม่

ฝั่งตรงข้าม รัชกาลที่ 7 ทรงไม่ใช่ผู้นำที่อ่อนแอตามที่หลายคนเข้าใจ พระองค์ทรงเคยมีแผนพระราชทานรัฐธรรมนูญด้วยพระองค์เองก่อนหน้านี้ แต่ถูกอภิรัฐมนตรีคัดค้าน ทรงตัดสินพระทัยยอมรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือด แต่ความขัดแย้งกับคณะราษฎรยังคงดำเนินต่อไปจนพระองค์ทรงสละราชสมบัติในที่สุดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477

ผลกระทบและมรดกที่ยังก้องถึงวันนี้

ปีแรกหลังการปฏิวัติพิสูจน์ให้เห็นว่าการเปลี่ยนระบอบไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คาดหวัง ปรีดีเสนอ 'เค้าโครงเศรษฐกิจ' ในปี พ.ศ. 2476 ซึ่งมีแนวคิดให้รัฐเข้าควบคุมที่ดินและปัจจัยการผลิต ฝ่ายอนุรักษ์นิยมโจมตีว่าเป็น 'คอมมิวนิสต์' ปรีดีต้องลี้ภัยชั่วคราวไปฝรั่งเศส ก่อนจะกลับมาพร้อมการล้างมลทิน ปีเดียวกันนั้นเอง 'กบฏบวรเดช' ซึ่งนำโดยพระองค์เจ้าบวรเดช อดีตเสนาบดีกลาโหม ระดมกำลังเพื่อล้มคณะราษฎร แต่พ่ายแพ้ในยุทธการที่ทุ่งบางเขน ตุลาคม พ.ศ. 2476

มรดกที่ยั่งยืนที่สุดของการปฏิวัติ 2475 คือหลักการที่ว่า 'อำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทั้งหลาย' ซึ่งถูกบรรจุในรัฐธรรมนูญทุกฉบับตั้งแต่นั้นมา แม้ประเทศไทยจะมีรัฐธรรมนูญมาแล้วทั้งสิ้น 20 ฉบับ และผ่านรัฐประหารมากกว่า 10 ครั้ง หลักการพื้นฐานนี้ยังคงถูกอ้างอิงเสมอ สถาบันรัฐสภา ศาล และการเลือกตั้งล้วนมีรากฐานมาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

วันที่ 24 มิถุนายนถูกยกเลิกจากการเป็นวันหยุดราชการอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2503 ด้วยเหตุผลทางการเมือง และ 'หมุดคณะราษฎร' ที่ปักไว้กลางท้องสนามหลวงเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงเหตุการณ์ปี 2475 ก็หายไปอย่างลึกลับในปี พ.ศ. 2560 ทำให้เรื่องราวของคืนนั้นยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมไทยจนถึงปัจจุบัน

เกร็ดและความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ความเข้าใจผิดที่แพร่หลายที่สุดคือการมองว่าการปฏิวัติ 2475 เป็นเพียง 'รัฐประหาร' ของกลุ่มคนเพื่อแย่งอำนาจ แต่นักประวัติศาสตร์หลายคนชี้ให้เห็นว่ามันคือ 'การเปลี่ยนระบอบ' อย่างแท้จริง เพราะเปลี่ยนหลักการที่มาของอำนาจ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนตัวผู้ปกครอง รัฐประหารทั่วไปไม่มีการร่างรัฐธรรมนูญและจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎร

อีกความเชื่อที่คลาดเคลื่อนคือการมองว่าคณะราษฎรทำการในชั่วข้ามคืนด้วยแรงกระตุ้นชั่ววูบ ข้อเท็จจริงคือแผนการนี้ใช้เวลาเตรียมการและรอโอกาสมาตั้งแต่ปี 2470 นานถึง 5 ปีเต็มก่อนจะลงมือ กลุ่มผู้ก่อการขยายเครือข่ายอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากสมาชิกผู้ก่อตั้ง 7 คน เป็น 102 คนในวันปฏิบัติการ

ข้อน่าสนใจอีกประการ รัชกาลที่ 7 ทรงเคยมีพระราชดำริที่จะพระราชทานรัฐธรรมนูญด้วยพระองค์เองอยู่แล้ว แต่ถูกเหล่าเจ้านายในอภิรัฐมนตรีสภาคัดค้าน บางนักวิชาการจึงตั้งคำถามว่าหากไม่มีการปฏิวัติ 2475 สยามก็อาจได้รัฐธรรมนูญจากพระราชทานอยู่ดี แต่จะเป็นประชาธิปไตยที่มีหน้าตาแตกต่างออกไปอย่างมาก

ข้อเท็จจริงสำคัญ

เล่นเกมเรียงเหตุการณ์นี้

ลองเล่นกับ Year Tai →

เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง