การปฏิวัติรัสเซีย ค.ศ. 1917: เมื่อราชวงศ์โรมานอฟล่มสลาย และโลกเปลี่ยนโฉม
การปฏิวัติรัสเซีย (พ.ศ. 2460 / ค.ศ. 1917)
ในคืนวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 1917 (ตามปฏิทินเก่า) เรือรบออโรราที่จอดอยู่แม่น้ำเนวาได้ยิงสัญญาณปืนหนึ่งนัด — ไม่ใช่กระสุนจริง แต่เป็นสัญญาณให้กองกำลังเรดการ์ดของบอลเชวิกบุกพระราชวังฤดูหนาวในนครเปโตรกราด เหตุการณ์นั้นใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ผลสะเทือนกินเวลานานกว่าเจ็ดสิบปี นำไปสู่การก่อตั้งสหภาพโซเวียตและจุดชนวนสงครามเย็นที่แบ่งโลกออกเป็นสองขั้ว
การปฏิวัติรัสเซียในปี ค.ศ. 1917 ไม่ได้เกิดขึ้นในคืนเดียว หากแต่เป็นผลสะสมจากความเจ็บปวดยาวนานหลายสิบปี ตั้งแต่ความพ่ายแพ้ย่อยยับในสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น ค.ศ. 1904-1905 ไปจนถึงการสังหารหมู่ในวัน Bloody Sunday วันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 1905 ที่ทหารจักรวรรดิสังหารผู้ชุมนุมนับร้อยคนหน้าพระราชวังฤดูหนาว และท้ายที่สุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่ดูดเลือดดูดเนื้อรัสเซียออกไปทุกวัน
ภายในปีเดียวกัน ค.ศ. 1917 รัสเซียผ่านการปฏิวัติถึงสองครั้ง: ครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ที่โค่นซาร์นิโคลัสที่สอง และครั้งที่สองในเดือนตุลาคมที่บอลเชวิกของเลนินชิงอำนาจจากรัฐบาลเฉพาะกาล เรื่องราวทั้งหมดนี้คือหนึ่งในเหตุการณ์ที่พลิกโฉมประวัติศาสตร์โลกมากที่สุดในศตวรรษที่ 20
ภูมิหลังและสาเหตุ: ดินปืนที่สะสมมาสามสิบปี
รัสเซียก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 ด้วยความย้อนแย้ง — เป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ในแผนที่ แต่ผุพังจากภายใน ซาร์นิโคลัสที่สองปกครองประชากรกว่า 170 ล้านคนด้วยระบบเผด็จการที่ล้าสมัย ขณะที่ชาวนาซึ่งคิดเป็น 80% ของประชากรใช้ชีวิตในความยากจนแทบไม่ต่างจากสมัยทาส
หายนะในสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น ค.ศ. 1904-1905 สร้างแผลลึกในจิตใจชาวรัสเซีย เมื่อกองเรือบัลติกล่องมาจากยุโรปเป็นระยะทางกว่า 29,000 กิโลเมตรเพื่อถูกญี่ปุ่นจมทะเลที่ช่องแคบสึชิมาภายในวันเดียว ความพ่ายแพ้นั้นนำไปสู่ Bloody Sunday เมื่อบาทหลวง Georgy Gapon นำขบวนชาวบ้านกว่าหนึ่งแสนคนยื่นฎีกาต่อซาร์ในวันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 1905 แต่ทหารจักรวรรดิเปิดฉากยิงใส่ฝูงชน คร่าชีวิตอย่างน้อย 130 คน และบาดเจ็บอีกหลายร้อย
หลัง Bloody Sunday ซาร์ไม่ใช่ 'พ่อของแผ่นดิน' อีกต่อไปในสายตาประชาชน แต่เป็นผู้สั่งสังหารประชาชนของตนเอง ประกอบกับอิทธิพลของ Rasputin พระนักบวชปริศนาที่แทรกซึมเข้าสู่วังหลวงผ่านการรักษาโรคฮีโมฟีเลียของอเล็กเซย์ มกุฎราชกุมาร ยิ่งทำให้ราชสำนักเสื่อมศรัทธาในสายตาชนชั้นสูง Rasputin ถูกลอบสังหารโดยขุนนางรัสเซียในวันที่ 30 ธันวาคม ค.ศ. 1916 แต่ก็สายเกินแก้
เหตุการณ์ ค.ศ. 1917: จากถนนเปโตรกราดถึงพระราชวังฤดูหนาว
การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์เริ่มต้นจากสิ่งที่ดูเล็กน้อย — ขาดแคลนขนมปัง วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1917 (8 มีนาคมในปฏิทินใหม่ ซึ่งกลายเป็นวันสตรีสากล) สตรีชาวเปโตรกราดออกมาประท้วงการขาดแคลนอาหาร การประท้วงขยายตัวจนกลายเป็นการหยุดงานทั่วเมืองภายในสัปดาห์เดียว เมื่อกองทหารที่ซาร์ส่งมาปราบปรามกลับเข้าร่วมกับผู้ชุมนุมแทน ระบบกษัตริย์ก็ไม่มีอีกแล้ว
ซาร์นิโคลัสที่สองสละราชสมบัติในวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 1917 ปิดฉากราชวงศ์โรมานอฟที่ปกครองรัสเซียมาตั้งแต่ ค.ศ. 1613 รัฐบาลเฉพาะกาลภายใต้อเล็กซานเดอร์ เคเรนสกีเข้ายึดอำนาจ แต่ทำความผิดพลาดร้ายแรงด้วยการตัดสินใจรบต่อในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ทั้งที่กำลังทหารรัสเซียพังพินาศแล้ว
วลาดิเมียร์ เลนิน ผู้นำบอลเชวิกที่ลี้ภัยอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ เดินทางกลับรัสเซียในเดือนเมษายน ค.ศ. 1917 ด้วยความช่วยเหลือของเยอรมนีที่หวังให้รัสเซียถอนตัวจากสงคราม จากสมาชิกพรรค 24,000 คนในเดือนกุมภาพันธ์ บอลเชวิกขยายตัวจนมีสมาชิก 200,000 คนภายในเดือนกันยายน เลออน ทรอตสกีได้รับเลือกเป็นประธานสภาโซเวียตเปโตรกราดในวันที่ 23 กันยายน และเตรียมการก่อรัฐประหาร
คืนวันที่ 24-25 ตุลาคม กองกำลังเรดการ์ดของทรอตสกียึดสถานีรถไฟ โทรศัพท์ และธนาคารแห่งรัฐ เคเรนสกีหลบหนีออกจากพระราชวังฤดูหนาวด้วยรถยนต์เรโนลต์ที่ยืมมาจากสถานทูตอเมริกัน เรือรบออโรรายิงสัญญาณในเวลา 21.00 น. และพระราชวังก็ตกอยู่ในมือบอลเชวิกไม่นานหลังจากนั้น รัฐบาลเฉพาะกาลทั้งคณะถูกจับขังที่ป้อม Peter and Paul
บุคคลสำคัญ: สามชายที่กำหนดชะตากรรมรัสเซีย
วลาดิเมียร์ เลนิน (ค.ศ. 1870-1924) คือสมองของการปฏิวัติ นักทฤษฎีที่แปลงลัทธิมาร์กซให้เหมาะกับบริบทรัสเซีย เลนินเชื่อว่าพรรคปฏิวัติที่มีระเบียบวินัยสูง ไม่ใช่ชนชั้นกรรมาชีพทั้งมวล คือแกนนำการเปลี่ยนแปลง สโลแกน 'สันติภาพ ที่ดิน และขนมปัง' ของเขาสัมผัสใจทหารเหนื่อยล้าและชาวนาหิวโหยได้ตรงจุด
เลออน ทรอตสกี คือผู้จัดองค์กรที่เก่งกาจที่สุดของการปฏิวัติ ทักษะทางการทหารของเขาสร้างกองทัพแดงขึ้นมาจากศูนย์ และต่อสู้ชนะสงครามกลางเมืองรัสเซีย ค.ศ. 1917-1922 ได้สำเร็จ ทรอตสกีได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศหลังการปฏิวัติ แม้จะถูกสตาลินขับไล่และลอบสังหารในเม็กซิโกในปี ค.ศ. 1940
ซาร์นิโคลัสที่สอง เป็นตัวแทนของระบบเก่าที่ไม่ยอมปรับตัว ชายผู้นี้ไม่ได้โหดร้ายแต่กลับอ่อนแอและดื้อรั้น ปฏิเสธการปฏิรูปซ้ำแล้วซ้ำเล่า โชคชะตาสุดท้ายของพระองค์คือการถูกประหารพร้อมพระมเหสีและพระโอรสธิดาอีกห้าพระองค์ที่เมืองเยคาเตรินบวร์กในคืนวันที่ 16-17 กรกฎาคม ค.ศ. 1918 ตามคำสั่งของเลนินที่หวาดกลัวว่ากองทัพขาว (royalist) ที่กำลังบุกจะช่วยพระองค์หลบหนี
ผลกระทบและมรดกถึงปัจจุบัน: เมล็ดพันธุ์ที่หว่านไว้ทั่วโลก
หลังสงครามกลางเมือง ค.ศ. 1918-1922 บอลเชวิกก่อตั้งสหภาพโซเวียตอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1922 ซึ่งดำรงอยู่นานถึง 69 ปีจนล่มสลายในปี ค.ศ. 1991 ในช่วงสงครามเย็น สหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกาแข่งขันกันทางอุดมการณ์ทหารและอวกาศ แบ่งโลกออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบทางอ้อมผ่านการสนับสนุนสหรัฐฯ ต่อรัฐบาลไทยในฐานะปราการต้านคอมมิวนิสต์
การปฏิวัติรัสเซียจุดประกายขบวนการปฏิวัติทั่วโลก พรรคคอมมิวนิสต์ก่อตั้งขึ้นในจีน เวียดนาม คิวบา และอีกหลายสิบประเทศโดยได้รับแรงบันดาลใจจากเลนิน เมาเซตุงชนะสงครามกลางเมืองจีนใน ค.ศ. 1949 โฮจิมินห์นำเวียดนามผ่านสงครามยาวนานสามสิบปี และฟิเดล กาสโตรก่อการปฏิวัติคิวบาใน ค.ศ. 1959 ล้วนได้แรงบันดาลใจจากแบบจำลองบอลเชวิก
มรดกของการปฏิวัติรัสเซียยังส่งผลในแง่บวก สิทธิแรงงาน วันทำงานแปดชั่วโมง และสวัสดิการสังคมในประเทศทุนนิยมหลายแห่งถูกนำมาใช้บางส่วนเพราะชนชั้นนำกลัวว่าคนงานจะปฏิวัติตามอย่างรัสเซีย ในแง่นี้แม้แต่ระบบทุนนิยมตะวันตกก็ถูกบังคับให้ปฏิรูปตัวเองเพราะเงาของปี ค.ศ. 1917
เกร็ดและความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
ความเข้าใจผิดยอดนิยมคือ 'การบุกพระราชวังฤดูหนาว' เป็นการต่อสู้อันดุเดือดดุจฉากในภาพยนตร์ ความจริงคือการยึดพระราชวังแทบไม่มีการต่อต้าน ทหารส่วนใหญ่ยอมแพ้หรือหนีไปก่อน และรัฐมนตรีที่เหลือก็ยอมจำนนโดยไม่มีการนองเลือดมากนัก ภาพการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นภายหลังโดยผู้กำกับ Sergei Eisenstein ในภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อปี ค.ศ. 1928
อีกความเข้าใจผิดคือบอลเชวิกมีมวลชนสนับสนุนท่วมท้นตั้งแต่ต้น ในการเลือกตั้งสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1917 (เดือนเดียวหลังปฏิวัติตุลาคม) บอลเชวิกได้คะแนนเพียง 24% พรรค Socialist Revolutionary ได้ถึง 40% เลนินจึงสั่งยุบสมัชชาหลังจากเปิดประชุมได้เพียงหนึ่งวัน นี่คือจุดเริ่มต้นของระบบพรรคเดี่ยวที่ไม่ได้เป็นแผนเดิมในโครงการพรรคบอลเชวิก
ความเชื่อที่ว่า Rasputin เป็น 'ผีที่ตายยาก' ก็เป็นตำนานที่เกินจริง บันทึกของ Felix Yusupov ที่อ้างว่า Rasputin ดื่มไวน์มีพิษแล้วยังไม่ตาย ยิงแล้วยังไม่ตาย และต้องจมน้ำจึงตายได้นั้น ถูกนักนิติเวชสมัยใหม่หักล้างว่าเป็นการเล่าเรื่องที่ขยายความ ความจริงคือ Rasputin น่าจะเสียชีวิตจากกระสุนปืนที่ยิงในระยะประชิดในคืนวันที่ 30 ธันวาคม ค.ศ. 1916
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1917 (8 มีนาคมปฏิทินใหม่) สตรีชาวเปโตรกราดออกประท้วงขาดแคลนขนมปัง จุดชนวนการปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ — วันเดียวกันนี้กลายเป็น 'วันสตรีสากล'
- ซาร์นิโคลัสที่สองสละราชสมบัติวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 1917 ปิดฉากราชวงศ์โรมานอฟที่ปกครองรัสเซียมาตั้งแต่ ค.ศ. 1613 รวม 304 ปี
- พรรคบอลเชวิกมีสมาชิก 24,000 คนในเดือนกุมภาพันธ์ แต่พุ่งเป็น 200,000 คนภายในเดือนกันยายน ค.ศ. 1917 เพียงเจ็ดเดือน
- เรือรบออโรรายิงสัญญาณ (ไม่ใช่กระสุนจริง) เวลา 21.00 น. วันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 1917 เป็นสัญญาณบุกพระราชวังฤดูหนาว
- เคเรนสกีหลบหนีจากพระราชวังฤดูหนาวด้วยรถยนต์เรโนลต์ที่ยืมจากสถานทูตอเมริกัน ก่อนบอลเชวิกยึดพระราชวังได้
- ในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1917 บอลเชวิกได้คะแนนเสียงเพียง 24% เลนินจึงสั่งยุบสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญหลังเปิดประชุมได้เพียงหนึ่งวัน
