ซีซาร์ถูกลอบสังหาร: วันที่โรมันเปลี่ยนโลก 15 มีนาคม 44 ปีก่อนคริสตกาล

ซีซาร์ถูกลอบสังหาร (44 ปีก่อน ค.ศ.)

ซีซาร์ถูกลอบสังหาร — 44 ปีก่อน ค.ศ.
ภาพประกอบ ซีซาร์ถูกลอบสังหารLenLearn (editorial illustration)

วันที่ 15 มีนาคม 44 ปีก่อนคริสตกาล เมืองโรมตื่นขึ้นมาในเช้าที่ดูเหมือนธรรมดา แต่ก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า ชายที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกจะล้มลงกองเลือดในห้องประชุมวุฒิสภา ยูเลียส ซีซาร์ (Gaius Julius Caesar) ผู้เคยข้ามแม่น้ำรูบิคอนมาพิชิตโรม ถูกสังหารด้วยมือของวุฒิสมาชิกกว่า 60 คนที่เรียกตัวเองว่า Liberatores หรือ 'ผู้ปลดปล่อย' บาดแผลทั้ง 23 แผลบนร่างกายเขากลายเป็นเครื่องหมายคำถามที่โลกถามซ้ำมากว่าสองพันปี

สถานที่เกิดเหตุคือ Curia of Pompey ห้องประชุมชั่วคราวที่ติดกับโรงละคร Theatre of Pompey เนื่องจาก Curia Julia ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง ความเป็นประวัติศาสตร์ของสถานที่นี้แฝงความเสียดสีไม่น้อย เพราะ Pompey Magnus คือคู่แค้นเก่าที่ซีซาร์เอาชนะในสงครามกลางเมือง และซีซาร์สิ้นใจที่แทบเท้าของรูปปั้น Pompey นั่นเอง เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่การลอบสังหารผู้นำ แต่คือจุดเปลี่ยนที่พังทลายสาธารณรัฐโรมันกว่า 480 ปี และเปิดทางให้จักรวรรดิโรมันก้าวขึ้นมาแทน

ความย้อนแย้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โรมันคือ กลุ่มวุฒิสมาชิกที่ฆ่าซีซาร์ในนามของการปกป้องสาธารณรัฐ กลับเป็นผู้ทำลายสาธารณรัฐนั้นเองด้วยสองมือของพวกเขา การตายของซีซาร์ไม่ได้นำเสรีภาพมาสู่โรม แต่จุดชนวนสงครามกลางเมืองอีกครั้ง และปูทางให้ Octavian หลานชายวัย 18 ปีก้าวขึ้นสู่อำนาจในนาม Augustus — จักรพรรดิองค์แรกของโรม

ภูมิหลังและรากเหง้าแห่งความขัดแย้ง

ยูเลียส ซีซาร์ไม่ได้ก้าวสู่จุดสูงสุดในชั่วคืน เขาใช้เวลานับทศวรรษบนสมรภูมิตั้งแต่กอล (ฝรั่งเศสปัจจุบัน) ถึงอียิปต์ สะสมชัยชนะและความจงรักภักดีจากทหารนับแสน เมื่อปี 49 ปีก่อนคริสตกาล เขาตัดสินใจข้ามแม่น้ำรูบิคอนพร้อมกองทัพ ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายโรมันอย่างชัดแจ้ง และนำไปสู่สงครามกลางเมืองที่เขาเอาชนะ Pompey Magnus ได้ในที่สุด

ในปี 44 ปีก่อนคริสตกาล วุฒิสภาโรมันลงมติให้ซีซาร์ดำรงตำแหน่ง dictator perpetuo หรือเผด็จการตลอดชีพ นี่คือการทุบทิ้งธรรมเนียมโรมันโบราณที่ตำแหน่งเผด็จการจะมีได้แค่ไม่เกิน 6 เดือนในยามฉุกเฉิน วุฒิสมาชิกหลายคนยังรู้สึกว่าซีซาร์ดูถูกเกียรติของพวกเขา ครั้งหนึ่งมีการเล่าว่าเขาไม่ยืนรับคณะวุฒิสมาชิกที่เข้ามาพบ และรับมงกุฎทองคำจากมาร์ค แอนโทนีในงานเทศกาล Lupercalia เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 44 ปีก่อนคริสตกาล แม้จะปฏิเสธในที่สุด แต่ท่าทีนั้นก็ยิ่งลือกระฉ่อน

การสมคบคิดเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบๆ ในคืนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 44 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อ Gaius Cassius Longinus นัดพบกับ Marcus Junius Brutus พี่เขยของตน ทั้งคู่ตกลงกันว่าต้องกระทำการก่อนซีซาร์จะรวบอำนาจเด็ดขาดจนไม่มีทางกลับ กลุ่มผู้สมรู้ร่วมคิดค่อยๆ ขยายตัวจนมีสมาชิกมากกว่า 60 คน รวมถึง Gaius Trebonius, Tillius Cimber และ Servilius Casca

วันที่ 15 มีนาคม: เหตุการณ์ทุกนาที

คืนก่อนหน้า ภรรยาของซีซาร์นาม Calpurnia ฝันร้ายและคร่ำครวญขอให้เขาอย่าไปวุฒิสภา ซีซาร์เองก็ถูก Spurinna หมอดูและผู้เชี่ยวชาญพิธีกรรม (haruspex) เตือนไว้ก่อนหน้านี้ว่า 'ระวังอันตรายไม่เกินวันที่ 15 มีนาคม' ซีซาร์ถึงกับตัดสินใจไม่ไปประชุมในเช้าวันนั้น แต่ Decimus Junius Brutus Albinus เพื่อนสนิทคนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนสังหารด้วย เดินทางมาโน้มน้าวเขาถึงบ้านว่าการไม่ไปจะทำให้วุฒิสมาชิกเสียหน้าและกระทบชื่อเสียง

ซีซาร์มาถึง Curia of Pompey ประมาณเวลา 11.00 น. ทันทีที่เขาเข้าสู่ห้องประชุม Tillius Cimber เข้ามาขอให้ซีซาร์พิจารณาอภัยโทษแก่พี่ชายของเขา เมื่อซีซาร์ปฏิเสธ Cimber จับเสื้อคลุมเขาเป็นสัญญาณ Publius Servilius Casca แทงแผลแรกที่บริเวณต้นคอ แต่เป็นแผลตื้น ซีซาร์หันสู้ตอบด้วยปากกาสไตลัสที่ถืออยู่ในมือ จากนั้นผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมดพากันแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนวุ่นวายเต็มห้อง บางคนแทงโดนกันเอง

แพทย์นิติเวชในยุคโรมัน Antistius ตรวจพบบาดแผลทั้งสิ้น 23 แผล และสรุปว่ามีเพียงแผลเดียวเท่านั้นที่ถึงแก่ชีวิต คือแผลที่แทงใต้สะบักซ้ายและอาจทะลุปอดหรือหัวใจ ซีซาร์ไม่ได้พูดคำว่า 'Et tu, Brute?' ตามที่เชกสเปียร์เขียน บันทึกของ Plutarch ระบุว่าเขาอาจพูดเป็นภาษากรีกว่า 'Kai su, teknon?' ซึ่งแปลว่า 'แกด้วยหรือ ลูก?' แต่แหล่งข้อมูลอื่นบอกว่าเขาเงียบสนิทและดึงเสื้อคลุมคลุมหน้า ก่อนจะสิ้นใจที่แทบเท้าของรูปปั้น Pompey

บุคคลสำคัญที่ประวัติศาสตร์บันทึกไว้

Marcus Junius Brutus คือชื่อที่โลกจดจำมากที่สุด แต่ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงบอกว่าเขาไม่ใช่หัวหน้าผู้สมรู้ร่วมคิด Brutus เป็นคนปล่อยมือจากลัทธิผู้นำสาธารณรัฐและเคยอยู่ฝ่ายศัตรูของซีซาร์ในสงครามกลางเมืองร่วมกับ Pompey ต่างหากที่ Gaius Cassius Longinus เป็นคนจุดประกายการสมคบคิดนี้ขึ้นมา และสำคัญที่สุดที่คนมักมองข้าม คือ Decimus Junius Brutus Albinus นายพลผู้เคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับซีซาร์ในสงครามกอลและสงครามกลางเมือง

Decimus คือคนที่ซีซาร์ไว้วางใจที่สุดในบรรดาผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมด เขาได้รับการแต่งตั้งจากซีซาร์ให้เป็นผู้ว่าการ Cisalpine Gaul และยังถูกระบุชื่อในพินัยกรรมของซีซาร์ในฐานะทายาทสำรอง การที่เขาเข้ามาโน้มน้าวซีซาร์ให้ออกจากบ้านในเช้าวันนั้น จึงเป็นการทรยศที่เจ็บลึกกว่า Brutus เสียอีก นักประวัติศาสตร์บางคนถึงกับเรียก Decimus ว่าเป็น 'ผู้สังหารที่ถูกลืม' (Caesar's Forgotten Assassin)

ด้านผู้รอดชีวิตที่กำหนดอนาคต มาร์ค แอนโทนี (Mark Antony) กงสุลผู้ร่วมงานกับซีซาร์หนีออกจากที่เกิดเหตุได้ ขณะที่ Gaius Octavius หลานชายวัย 18 ปีกำลังเรียนอยู่ที่ Apollonia (ในแอลเบเนียปัจจุบัน) เมื่อได้ยินข่าวการตายของลุงบุญธรรม เขาตัดสินใจรีบเดินทางกลับโรมโดยไม่รอช้า การตัดสินใจครั้งนั้นจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก

ผลกระทบและมรดกถึงปัจจุบัน

แทนที่การสังหารซีซาร์จะฟื้นฟูสาธารณรัฐโรมัน มันกลับจุดชนวนสงครามกลางเมืองอีกครั้ง มาร์ค แอนโทนีอ่านพินัยกรรมของซีซาร์ต่อสาธารณะ เปิดเผยว่าซีซาร์ยกทรัพย์สมบัติ 300 เซสเตอร์ซีสให้แก่พลเมืองโรมทุกคน สร้างความโกรธแค้นในหมู่ประชาชน ฝูงชนเผาหลังคา Curia of Pompey และตั้งรูปปั้นขี้ผึ้งของซีซาร์แสดงบาดแผลทั้ง 23 แผลในสาธารณะ

ในปี 42 ปีก่อนคริสตกาล กองทัพของ Octavian และ Mark Antony เผชิญหน้ากับกองทัพของ Brutus และ Cassius ในยุทธการ Battle of Philippi ทางตอนเหนือของกรีซ Cassius แพ้การรบและฆ่าตัวตาย Brutus ก็ทำเช่นเดียวกันหลังพ่ายแพ้ในการรบครั้งที่สอง กลุ่ม Liberatores ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น

วุฒิสภาโรมันประกาศยกย่อง Divus Julius หรือซีซาร์ผู้เป็นเทพ และ Octavian ใช้ฐานะ 'บุตรของเทพเจ้า' สร้างความชอบธรรมให้ตัวเองตลอดเส้นทางสู่อำนาจ ในปี 27 ปีก่อนคริสตกาล Octavian รับตำแหน่ง Augustus และกลายเป็นจักรพรรดิองค์แรกของโรม นั่นคืออีโรนีที่เจ็บปวดที่สุดของประวัติศาสตร์ ความพยายามปกป้องสาธารณรัฐกลับสร้างจักรวรรดิที่ใหญ่กว่าขึ้นมา มรดกของซีซาร์ยังคงอยู่ในคำว่า 'Kaiser' ในภาษาเยอรมัน และ 'Tsar' ในภาษารัสเซีย ซึ่งทั้งสองคำล้วนมาจากชื่อ Caesar

เกร็ดน่ารู้และความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ความเข้าใจผิดที่แพร่หลายที่สุดเกี่ยวกับการสังหารซีซาร์มาจากบทละครของ William Shakespeare เรื่อง Julius Caesar (ค.ศ. 1599) ประโยค 'Et tu, Brute?' ที่โด่งดังไปทั่วโลกนั้นเป็นสิ่งที่ Shakespeare แต่งขึ้นเอง ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์รองรับ Plutarch นักเขียนชีวประวัติชาวกรีกที่ใกล้เคียงเหตุการณ์ที่สุดบันทึกเพียงว่า ซีซาร์อาจพูดเป็นภาษากรีกสั้นๆ หรืออาจเงียบสนิทแล้วดึงเสื้อคลุมคลุมหน้าเพื่อรักษาเกียรติของตน

อีกเรื่องที่คนมักเข้าใจผิดคือบทบาทของ Brutus เชกสเปียร์ยกให้ Brutus เป็นตัวละครหลักโดยอ้างจากงานเขียนของ Plutarch ทว่านักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยยืนยันว่าผู้สมรู้ร่วมคิดตัวสำคัญที่สุดในทางปฏิบัติคือ Decimus ไม่ใช่ Marcus Brutus Decimus คือคนที่ซีซาร์ไว้วางใจอย่างสนิทใจ ได้รับมอบหมายงานสำคัญ และสุดท้ายเป็นคนดึงซีซาร์ออกจากบ้านสู่มือผู้สังหาร

นอกจากนี้ยังมีความเข้าใจผิดว่า Spurinna คือหมอดูงมงายที่ทำนายโดยไม่มีเหตุผล ความจริงคือ Spurinna เป็นผู้เชี่ยวชาญพิธีกรรมที่เข้าใจสถานการณ์การเมืองโรมัน คำเตือนของเขาอาจอิงจากข้อมูลจริงเกี่ยวกับความไม่พอใจของชนชั้นสูงที่สะสมมานาน มากกว่าการพยากรณ์เชิงไสยศาสตร์ และน่าสังเกตว่าซีซาร์ถูกแทงถึง 23 ครั้ง แต่มีเพียงแผลเดียวที่ถึงแก่ชีวิต แสดงให้เห็นว่าผู้สังหารหลายคนไม่มีประสบการณ์รบจริง และต่างก็แทงกันเองในความชุลมุน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

เล่นเกมเรียงเหตุการณ์นี้

ลองเล่นกับ Year Tai →

เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง